หน้าแรก > อัลบั้มภาพแหล่งท่องเที่ยว > น้ำตกพรหมโลก ( ประกาศเมื่อวันที่ 07 พฤศจิกายน 2560 )
น้ำตกพรหมโลก
อยู่ตำบลพรหมโลก ห่างจากตัวเมืองไปตามทางหลวงหมายเลข 4016 (นครศรีธรรมราช-พรหมคีรี) ถึงกม. ที่20 มีทางแยกซ้ายเข้าทางหลวง 4123 อีกประมาณ 5 กม. จัดว่าเป็นน้ำตกขนาดใหญ่ ที่มีลานหินกว้างและสวยงามแห่งหนึ่ง มีต้นน้ำจากเทือกเขานครศรีธรรมราชไหลลงมาบนแผ่นหิน 4หนาน (ชั้น) ได้แก่ หนานบ่อน้ำวน หนานวังไม้ปัก หนานวังหัวบัว หนานวังอ้ายแล สายน้ำไหลผ่านหมู่ไม้นานาพันธุ์ริมเชิงเขา แล้วไหลไปเป็นคลองท่าแพและลงสู่อ่าวไทยที่ตำบลปากพูน
ประวัติน้ำตกพรหมโลก
เป็นชุมชนที่ก่อตั้งมาประมาณ250ปี ชื่อเดิมเรียกว่า เหนือปากหราม มาจากลักษณะที่ตั้งที่อยู่ในเขตที่สูงและปลูกพลูสำหรับกินกับหมาก ในภาษาพื้นบ้านภาคใต้คนที่กินหมากจนปากเป็นสีแดงเรียกว่า ปากหราม พื้นที่ในเขตภูเขาเรียกว่า เหนือ ชื่อโบราณนี้จึงสะท้อนลักษณะทางวัฒนธรรมและทำเลที่ตั้งของชุมชน ต่อมาเปลี่ยนชื่อชุมชนจาก “ เหนือปากหราม” เป็น “พรหมโลก”ตามชื่อของผู้ปกครอง คือ ขุนพรหมโลก บ้านพรหมโลกมีลักษณะภูมิประเทศ เป็นที่ราบเชิงเขา มีคลองไหลผ่าน 2สาย คือ คลองปลายอวน และ คลองนอกท่า ซึ่งมีต้นน้ำจากยอดเขาหลวง เทือกเขานครศรีธรรมราช การเดินทางสมัยก่อนจะเดินทางโดยใช้เรือไปตามคลองนอกท่า เอาของไปขาย ที่ตลาดท่าแพ เป็นระยะทางประมาณ 15 กิโลเมตร หลักฐานที่สำคัญที่บ่ง
บอกถึงการเดินทางโดยใช้เรือคือ การตั้งชื่อบ้าน เช่น บ้านปลายอวน คือบริเวณที่มีเรืออวนเข้ามาจอด ปัจจุบันเป็นเขื่อน ท่ายายเภา บริเวณก่อนถึงน้ำตกพรหมโลก จะมีเรือสำเภาเข้ามาจอดจึงชื่อว่าท่ายายเภา ถนนมีการบุกเบิกเมื่อ พ.ศ. 2502 ครั้งเมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระราชินี ทรงเสด็จในพื้นที่สมัยสงครามโลกครั้งที่2 ชาวบ้านเรียกว่าสมัยญี่ปุ่นขึ้นท่าแพ พื้นที่บ้านพรหมโลกเป็นที่อพยพของคนในพื้นที่อื่นๆ เข้ามาหลบภัย และสร้างสวนผลไม้รวมทั้งทหารญี่ปุ่นด้วย พลูปากหรามก็หมดไปสมัยนี้ สาเหตุก็เพราะว่าเมื่อเอาไปขายที่ท่าแพ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ญี่ปุ่นอยู่มาก พวกญี่ปุ่นซื้อไปผัดกับหมู ปรากฏว่ากินแล้วเมาจึงสั่งให้ตัดต้นพลูทั้งหมด นอกจากพื้นที่ทำสวนพลู และสวนผลไม้แบบผสมผสานแล้วสมัยก่อนยังเป็นพื้นที่ทำนาโดยเฉพาะบริเวณบ้านพรุชน ซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มน้ำขัง เลี้ยงควายไว้ไถนา สมัยก่อนมีประเพณีชนควาย การชนควายเพิ่งเลิกไปประมาณ50ปีปัจจุบันไม่มีพื้นที่นา และควายหลงเหลืออยู่เลยในปี พ.ศ. 2505 ประสบวาตภัยครั้งใหญ่ ทำให้ต้นไม้ใหญ่และสวนผลไม้เสียหาย ต้องเริ่มปลูกสร้างกันใหม่ทั้งหมด ปัจจุบันจึงเห็นต้นไม้ที่มีอายุประมาณ50ปีเท่านั้น ในปี 2531 ประสบปัญหาโคลนถล่ม ทำให้แม่น้ำเปลี่ยนทิศทางและตื้นเขินความสมบูรณ์ของสัตว์น้ำในคลอง
อยู่ตำบลพรหมโลก ห่างจากตัวเมืองไปตามทางหลวงหมายเลข 4016 (นครศรีธรรมราช-พรหมคีรี) ถึงกม. ที่20 มีทางแยกซ้ายเข้าทางหลวง 4123 อีกประมาณ 5 กม. จัดว่าเป็นน้ำตกขนาดใหญ่ ที่มีลานหินกว้างและสวยงามแห่งหนึ่ง มีต้นน้ำจากเทือกเขานครศรีธรรมราชไหลลงมาบนแผ่นหิน 4หนาน (ชั้น) ได้แก่ หนานบ่อน้ำวน หนานวังไม้ปัก หนานวังหัวบัว หนานวังอ้ายแล สายน้ำไหลผ่านหมู่ไม้นานาพันธุ์ริมเชิงเขา แล้วไหลไปเป็นคลองท่าแพและลงสู่อ่าวไทยที่ตำบลปากพูน
ประวัติน้ำตกพรหมโลก
เป็นชุมชนที่ก่อตั้งมาประมาณ250ปี ชื่อเดิมเรียกว่า เหนือปากหราม มาจากลักษณะที่ตั้งที่อยู่ในเขตที่สูงและปลูกพลูสำหรับกินกับหมาก ในภาษาพื้นบ้านภาคใต้คนที่กินหมากจนปากเป็นสีแดงเรียกว่า ปากหราม พื้นที่ในเขตภูเขาเรียกว่า เหนือ ชื่อโบราณนี้จึงสะท้อนลักษณะทางวัฒนธรรมและทำเลที่ตั้งของชุมชน ต่อมาเปลี่ยนชื่อชุมชนจาก “ เหนือปากหราม” เป็น “พรหมโลก”ตามชื่อของผู้ปกครอง คือ ขุนพรหมโลก บ้านพรหมโลกมีลักษณะภูมิประเทศ เป็นที่ราบเชิงเขา มีคลองไหลผ่าน 2สาย คือ คลองปลายอวน และ คลองนอกท่า ซึ่งมีต้นน้ำจากยอดเขาหลวง เทือกเขานครศรีธรรมราช การเดินทางสมัยก่อนจะเดินทางโดยใช้เรือไปตามคลองนอกท่า เอาของไปขาย ที่ตลาดท่าแพ เป็นระยะทางประมาณ 15 กิโลเมตร หลักฐานที่สำคัญที่บ่ง
บอกถึงการเดินทางโดยใช้เรือคือ การตั้งชื่อบ้าน เช่น บ้านปลายอวน คือบริเวณที่มีเรืออวนเข้ามาจอด ปัจจุบันเป็นเขื่อน ท่ายายเภา บริเวณก่อนถึงน้ำตกพรหมโลก จะมีเรือสำเภาเข้ามาจอดจึงชื่อว่าท่ายายเภา ถนนมีการบุกเบิกเมื่อ พ.ศ. 2502 ครั้งเมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระราชินี ทรงเสด็จในพื้นที่สมัยสงครามโลกครั้งที่2 ชาวบ้านเรียกว่าสมัยญี่ปุ่นขึ้นท่าแพ พื้นที่บ้านพรหมโลกเป็นที่อพยพของคนในพื้นที่อื่นๆ เข้ามาหลบภัย และสร้างสวนผลไม้รวมทั้งทหารญี่ปุ่นด้วย พลูปากหรามก็หมดไปสมัยนี้ สาเหตุก็เพราะว่าเมื่อเอาไปขายที่ท่าแพ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ญี่ปุ่นอยู่มาก พวกญี่ปุ่นซื้อไปผัดกับหมู ปรากฏว่ากินแล้วเมาจึงสั่งให้ตัดต้นพลูทั้งหมด นอกจากพื้นที่ทำสวนพลู และสวนผลไม้แบบผสมผสานแล้วสมัยก่อนยังเป็นพื้นที่ทำนาโดยเฉพาะบริเวณบ้านพรุชน ซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มน้ำขัง เลี้ยงควายไว้ไถนา สมัยก่อนมีประเพณีชนควาย การชนควายเพิ่งเลิกไปประมาณ50ปีปัจจุบันไม่มีพื้นที่นา และควายหลงเหลืออยู่เลยในปี พ.ศ. 2505 ประสบวาตภัยครั้งใหญ่ ทำให้ต้นไม้ใหญ่และสวนผลไม้เสียหาย ต้องเริ่มปลูกสร้างกันใหม่ทั้งหมด ปัจจุบันจึงเห็นต้นไม้ที่มีอายุประมาณ50ปีเท่านั้น ในปี 2531 ประสบปัญหาโคลนถล่ม ทำให้แม่น้ำเปลี่ยนทิศทางและตื้นเขินความสมบูรณ์ของสัตว์น้ำในคลอง



